พรรคพวกปีศาจแดงพุ่งชนความมีชัยในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่ 6 ต่อเนื่องกันแล้วครับผม
อุตส่าห์ชนะ 6 เกมต่อเนื่องกัน อันดับในตารางกลับไม่ขยับเขยื้อนขึ้นสักหน่อยมาตั้งแต่ชนะ 2-3 ครั้งติดต่อกันแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยังถูกกดหัวให้จมอยู่ในอันดับที่ 6 ของตารางดังเดิม เหตุเพราะดันถูกคู่ปรปักษ์ทำคะแนนทิ้งห่างมากจนเกินไปในตอนแรก คิดรวมทั้งน่ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมากกว่ามีคนไหนกันมาเรียกผมว่า "ลุง" ซะอีก อิอิอิ
2 เกมล่าสุดของสนามรบแข้งพรีเมียร์ลีก นับว่าเป็นโปรแกรมหฤโหดที่สุดในฤดูนี้ เพราะว่าจำเป็นต้องซอยยิกๆๆๆชิดกัน 2 นัดในช่วงเวลาห่างกันแค่เพียง 3 วัน การกะซวกชัยได้สำเร็จทั้ง 2 นัด ถือว่าเหมาะสมที่สุด ซึ่งตรงจุดนี้จำเป็นต้องยกความดีความชอบให้ผู้อยู่เบื้องหลังความมีชัยอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่แสดงให้เห็นว่าตัวเขายังคงเป็นผู้จัดการกลุ่มที่อุดมด้วยเหลี่ยมเล่ห์รวมทั้งยุทธวิธียอดเยี่ยม
…ว่าแล้วขอย้อนกลับไปในเกมปะทะ "เดอะ โบโร่" ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันสุดท้ายของปีวานรไฟบรรลัยกัลป์
"มูมู่" ต้องปรับตำแหน่งหลายจุดในรูปแบบของการ "โรเตชั่น" เพราะว่าลูกทีมจำเป็นต้องลงสับตีนถึง 2 เกมในรอบ 3 วัน แถมมีเกมที่น่าจะยากกว่าแสยะยิ้มพลางยักคิ้วรออยู่ที่ลอนดอนอีกต่างหาก
กุนซือวัย 53 กะรัต เลือกแปลงตำแหน่งคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจาก "เดอะ เกรท วอลล์" อย่าง ฟิล โจนส์ กับ มาร์กอส โรโฮ มาเป็น เอริก ไบยี่ กับ คริส สมอลลิ่ง เพราะว่าอ่านเกมว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรบ้างในเกมรับ – ศักยภาพของผู้เล่นก็สูงขึ้นยิ่งกว่า แถมได้เล่นในบ้าน ก็เลยน่าจะครอบครองบอลรวมทั้งทำเกมรุกมากกว่าอย่างแน่นอน
มิดฟิลด์ไม่มี ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่รายงานข่าวสารพูดว่าป่วยไข้ อายุก็ 35 แล้วคงจะลงเล่นติดๆกันไม่ไหว ลูกรักอย่าง มารูยาน เฟลไลนี่ ก็เลยได้สิทธิ์เป็นตัวจริงแทนพลางขยับ อันเดร์ เอรร่า ไปเล่นเป็นตัวปัดกวาดในแดนกลาง ซึ่งรูปเกมที่ปรากฏออกมาบนฟลอร์ต้นหญ้าแสดงให้เห็นว่าไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อสมดุลสักเท่าไหร่ พรรคพวกปีศาจแดงยังคงบุกอยู่ข้างเดียว
งานของ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะสบายมากเพิ่มขึ้น รวมทั้งควรได้รับความมีชัยแบบไม่ระบมหัวแม่ตีนครับผม-ขอบอก ถ้าเกิดจังหวะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถีบลูกเข้าไปตุงตาข่ายในช่วงท้ายครึ่งแรกได้รับอนุญาตให้เป็นประตูขึ้นนำ
จังหวะนี้เกือบจะไม่ต้องอาศัยภาพช้ามาช่วยให้ท่านผู้ชมทางบ้านตัดสินว่าฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ด้วยซ้ำ คือดูด้วยตาเปล่ามันก็น่าจะเห็นถึงความใสสะอาด เพราะว่า "เฮียหลา" แกพุ่งเข้าถึงบอลก่อน แถมยังห่างจากผู้รักษาประตูเกือบ 3 ไมล์ แต่ทว่าผู้ตัดสิน ลี เมสัน กลับคิดว่าเป็นการยกเท้าสูงพลางเข้าชาร์จผู้รักษาประตู พูดง่ายๆว่า "เล่นอันตราย" นั่นแหละ
เมื่อไม่ได้ประตูที่ควรได้แบบใสสะอาด มันก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เจอความยากลำบากมากยิ่งขึ้นโดยใช่เหตุ
เพราะว่ายิ่งเวลาผ่านไปโดยกระทุ้งประตูแรกไม่ได้สักครั้ง มันก็ทั้งอึดอัดรวมทั้งกดดันมากยิ่งขึ้นเพราะว่าคู่ปรปักษ์อุดประตูคอยสวนกลับเพียงอย่างเดียว
โชเซ่ มูรินโญ่ เปลี่ยนตัวหนแรกด้วยการส่ง มาร์กอส โรโฮ ลงมาเป็นแบ็คซ้ายแทน ดาเล่ย์ บลินด์ ในขณะที่ ฆวน มาต้า ถูกส่งลงมาแทน มารูยาน เฟลไลนี่ นับว่าเป็นการเปลี่ยนตัวตามตำแหน่ง แม้กระนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด กลับถูกยิงนำไปก่อน…ซะอย่างนั้น! โน่นก็เลยก่อให้เกิดการทิ้งไพ่ใบในที่สุดที่เรียกว่าเป็นไพ่เด็ดหรือไพ่ตายเลยทีเดียว
เมื่อกองหน้าอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ถูกส่งลงมาแทนกองหลังอย่าง คริส สมอลลิ่ง เหตุเกิดในนาทีที่ 72 หรือเกือบ 20 นาทีก่อนหมดเวลา
มาร์กอส โรโฮ ถูกขยับจากแบ็คซ้ายไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฯ คู่กับ เอริก ไบยี่ โดยนาทีนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีฟูลแบ็ค – มีแม้กระนั้นปีกทั้ง 2 ข้างอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด รวมทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล ที่สลับตำแหน่งกันไปเล่นเป็นกองหน้าตามจังหวะ

เรียกว่าแปลงแบบ "เอาตาย" คือมีแม้กระนั้นตัวรุกที่ประดิษฐ์เกมรวมทั้งยิงประตูได้ โดยเหลือกองหลังแท้ๆแค่ 2 คนเพียงแค่นั้น!
เปลี่ยนตัวแบบนี้ถือว่าต้องใจเด็กผีทุกหมู่เหล่า เพราะว่ายุคที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังแทะเล็มไม้ไผ่ที่ข้างสนาม พ่อแกสาธิตแนวทางการเปลี่ยนตัวแบบ "Dead or Alive" หรือ "แกไม่ตาย ฉันก็ตาย" ให้เห็นเป็นประจำเมื่อตกอยู่ในสคราวฉุกเฉิน
ในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็โกงความตายได้สำเร็จจากการเปลี่ยนตัวแบบเสี่ยงเดิมพันเหมือนหนึ่งว่ายน้ำแข่งกับจระเข้ของ โชเซ่ มูรินโญ่ อันสะท้อนถึงความเป็น "ปีศาจแดง" ขนานแท้รวมทั้งเริ่มแรก
อารมณ์รวมทั้งความรู้สึกเดิมๆมันก็เลยกลับมาอีกที ซึ่งผู้มีจิตเชื่อถือในปีศาจแดงจำนวนมากถูกใจอะไรแบบนี้ที่บีบหัวใจดีนักแล ก่อนที่จะเบิกบานกันมากมายกับการกลับมาจากป่าช้า ก็แค่มันจำเป็นต้องแลกมาด้วยความอ่อนเพลียอย่างจงหนัก!
คิดง่ายๆครับผม ถ้าเกมเมื่อวันส่งท้ายปีเก่า แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำเร็ว ทุกอย่างก็น่าจะง่ายขึ้น รวมทั้งช่วยให้ผู้เป็นกุนซือปรับหมากเตะเป็นแบบเพลย์เซฟพลางปิดเกมเล่นติดชึ่ง ซึ่งคงจะไม่สิ้นเปลืองพลังงานเท่าไรนัก
ต่อเมื่อไม่ได้ประตูที่ควรได้ก็เลยจำเป็นต้องเจอกับความยากลำบากระดับ 80 ตีนถีบ – จำเป็นต้องเสือกสน รวมทั้งจำเป็นต้องดิ้นรนอย่างจงหนัก กว่าจะบดเอาชัยชนะกลับมาได้แบบรากเลือด
ในความสะใจของแฟนบอลก็เลยแลกมาด้วยความอ่อนแรงล้าของผู้เล่น ซึ่งมันมีผลออกมาอย่างเห็นได้ชัดในเกมต่อมาที่เดินทางลงมาเยือน เวสต์หมูแฮม เมื่อวันจันทร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
สิ่งที่มีขึ้นใน ลอนดอน สเตเดี้ยม คือผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เร่งเครื่องไม่ขึ้น โดยเดินเกมของตนเองแบบเนือยๆเฉื่อยๆรวมทั้งเอื่อยๆเพราะว่าแข้งขามันอ่อนปวกเปียกเหมือนสไลด์หนอนด้วยความเร็วสูงเป็นจำนวน 7 ดอกต่อเนื่องกันภายในระยะเวลา 1 วันพิจารณาได้ชัดจาก ปอล ป๊อกบา นี่แหละธรรมดา "คุณป๊อก" เป็นผู้เล่นที่ทั้งบ้าพลังรวมทั้งทรงอำนาจอย่างแรง
ในแต่ละเกม ดาวเตะค่าจ้าง 89 ล้านปอนด์ผู้นี้ชอบมีส่วนร่วมกับเกมเยอะที่สุด รวมทั้งมากกว่าคนไหนกันเพื่อน แม้กระนั้นเกมล่าสุดกลับเขยื้อนลดลง รวมทั้งมีบทบาทลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเหมือนอุตสาหะเซฟพลังงานพลางรอคอยจังหวะโต้กลับซะมากกว่า – บางทีอาจเพราะว่าอ่อนแรงด้วยรวมทั้งคิดแผนมาเล่นแบบนี้ด้วย รูปเกมก็เลยควรจะเป็นรองเจ้าของบ้านผู้มีค้อนเป็นอาวุธบัดดล! คนบนฟ้าเหมือนจะประทาน "ของขวัญวันปีใหม่" มาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
จังหวะที่ โซเฟียเน่ เฟฉันลี่ พุ่งเข้าทิ่ม ฟิล โจนส์ ถ้าเกิดดูในวาบนั้นอย่างเฉียบพลันเหมือนการเล่นที่อันตรายมาก เพราะว่าพี่แกเล่นกระโจนยกขาลอยจากพื้นเข้าใส่บนความเร็ว-แรง
แม้ภาพช้าในการถ่ายทอดสดจะแสดงให้เห็นว่ามันไม่ได้น่าสะอิดสะเอียนอย่างที่เห็นด้วยตาเปล่าในวาบแรก แม้กระนั้นอย่าลืมว่าผู้ตัดสินไม่มีโอกาสเห็นภาพช้าเหมือนท่านผู้ชมทางบ้าน – เหมือนนักบรรยาย หรือเหมือนนักวิพากษ์วิจารณ์ลูกหนัง คุณพี่เขาก็เลยมีสิทธิ์คิดว่ามันคือการเล่นที่อันตรายไม่ได้ต่างอะไรจากเกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาที่ผู้ตัดสินปฏิเสธประตูของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นั่นแหละ
เมื่อ เวสต์หมูแฮม เหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่าFun88คดีก็กลับในทันทีสิขอรับ จากเกมที่เหมือนจะเป็นรองนิดๆพลิกกลับมาเหนือกว่าด้วยตัวผู้เล่นที่มากกว่า – สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเร่งเครื่องไม่ขึ้นเหมือนเดิม เพราะว่าได้แม้กระนั้นครอบครองบอล โดยหาจังหวะทำลายตาข่ายเกือบจะไม่ได้ มูลเหตุน่าจะมาจากความอ่อนเพลียนี่แหละมันก็เลยเป็นอีกทีในเวลาใกล้เคียงกันที่ชาวโลกได้เห็นการสำแดงเดชาของผู้จัดการกลุ่มอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ในเมื่อตัวผู้เล่นมากกว่า แม้กระนั้นดันเล่นกันเนือยๆแบบนี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ มันจำเป็นต้อง "เอาตาย" ขอรับว่าแล้วเจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ก็เลยไม่คอยช้ารีบเปลี่ยนตัวเมื่อเริ่มครึ่งหลัง
มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ถูกกระชากออกมาจากสนาม เพราะว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อเกมรุก ในขณะที่เกมรับไม่ต้องพะวักพะวงอะไรมากมายแล้ว – มิดฟิลด์ตัวรุกอย่าง ฆวน มาต้า ก็เลยได้ลงมาเสริมเกมรุกในแดนกลางพลางปรับระบบน้อยจาก 4-3-3 เป็น 4-1-4-1 ขยับ มาร์กอส โรโฮ ออกไปเป็นแบ็คซ้ายพลางถอย ไมเคิ่ล คาร์ริค ลงมาเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

"คุณปลัด" ถอยลงมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฯ ก็จริง แม้กระนั้นก็เหมือนเป็นมิดฟิลด์นั่นแหละ คือขยับขึ้นมาคุมจังหวะรวมทั้งจ่ายบอลในแดนกลาง เหตุเพราะคู่ต่อสู้เน้นย้ำเกมรับเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องถอยต่ำมากมายก็ได้ยังกระทุ้งตาข่ายไม่ได้ "มูมู่" ปลดปล่อยจรวดนำวิถีดอกที่ 2 ตามลงมาอย่างเฉียบพลัน
มาร์คัส แรชฟอร์ด ถูกส่งลงมาแทน เจสซี่ ลินการ์ด ก่อนที่จะดาวรุ่งพุ่งกระฉูดวัย 20 ขวบจะเปลี่ยนเป็นตัวสำรองทีเด็ด ข้างหลังได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้ เลื้อย/ลอด/เลาะ เพื่อเจาะเกมรับของคู่ต่อสู้
แล้วประตูปลดล็อคของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาจากการลวงล่อคู่ปรปักษ์ในกรอบเขตโทษของ "เจ้าหนูแรช" ก่อนบรรจงผ่านบอลให้ "พี่ต้า" ตะบันด้วยซ้ายแบบเต็มตีนก๋ง ซึ่งการที่ตัวสำรอง 2 คน ลงมาแล้วทั้งจ่ายรวมทั้งยิงประตูช่วยให้กลุ่มตนเองได้ประตูนำ มันสะท้อนถึงความแจ๋วของผู้เป็นกุนซือผู้มีบทบาทปรับแต่งสถานการณ์แค่นี้ยังไม่เพียงพอ
เมื่อได้ประตูนำ พี่แกรีบเปลี่ยนแปลงต้นแบบการเล่นอีกทีด้วยการส่งกองหลังอย่าง คริส สมอลลิ่ง ลงมาแทน เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่เล่นไม่ค่อยออก พลางปรับตำแหน่งใหม่กลับไปเหมือนเดิม โดยไม่จำเป็นจำเป็นต้องเล่นบนการเสี่ยง & ปิดเกม แถมยังช่วยเซฟพลังงานให้ผู้เล่นที่อ่อนแรงไปในตัว ก่อนที่จะได้รับความมีชัยสมใจอยาก เกือบลืมบอกว่าในความมีชัยนัดล่าสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีจุดแปลงสำคัญอยู่ 2 จุดครับผมจุดแปลงแรกของเกมล่าสุดอยู่ที่การเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่าของ เวสต์หมูแฮม
จุดแปลงต่อมาอยู่ที่การเซฟลูกอันตรายหลายต่อหลายหนของ ดาบิด เด เคอา เฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ มิคาอิล อันโตนิโอ หลุดลำพัง
 


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ ซิสตี้ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดึงดูดอีกหนึ่งคู่ในอาทิตย์นี้
สถานะการณ์ทั้งคู่กลุ่มที่แตกต่างทำให้พนันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ถูส์" อยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 อีกทั้งอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม นั่นนับได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากไม่น้อยเลยทีเดียวอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่อันดับ 18 อย่างคริสตัล พาเลส แค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปยันเสมอแมนฯยูฯ รวมทั้งแมวดำได้โอกาสลดช่องว่างในกรณีที่เลสเตอร์เสียท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อจัดการแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "ซาตานแดง" กลุ่มที่รองประธานชมรมเลสเตอร์ สิตี้ เป็นแฟนๆมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ ท่องเที่ยวนี้ไม้่มีโอกาสมากสักเท่าไรนัก แม้หวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากเสียท่าเสมอฮัลล์ สิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

อันดับก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเหลือเกิน ด้วยเหตุดังกล่าวเกมนี้จะต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ค้างบ้านให้ได้ ไม่งั้นช่องว่างอันโดนยืดรวมทั้งพวกเขาก็อยู่อันดับหกถัดไป

สถานะการณ์ที่อยากได้ชัยชนะทั้งคู่กลุ่มแบบนี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกติเตียนก ดึงเกม เนื่องจากผลเสมอเกิดโทษต่อทั้งคู่กลุ่มแน่ๆ

ว่ากันถึงเจ้าบ้านเวลานี้ เคลาดิโอ รานิเอรี เผชิญหน้ากับปัญหายิ่งใหญ่ ไม่ใช่เนื่องจากคนมุ่งมาดเรื่องแชมป์เก่า โน่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว ปัญหาคือพวกเขาแปลงเป็นกลุ่มที่จะต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดหรือไม่รอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักฟุตบอลได้ขวัญแรงใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่อวยพรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แม้กระนั้นในช่วงเวลานั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์คงจะไม่ได้ นักฟุตบอลจะต้องสู้เต็มกำลังเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุด

ดูคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่ทรามที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นต่อมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนไหนกันแน่มาสี่ครั้งต่อๆกันเป็นครั้งแรกนับหมดยุคหมดสมัย ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ พฤศจิกายน 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนไหนกันแน่ 5 ครั้งต่อๆกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้แปลงเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังไม่ชนะคนไหนกันแน่นอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดหมายนอกจากนั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่อันดับ 19 คืออันดับตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักฟุตบอลได้ลุยสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน อันดับคะแนนเฉพาะในบ้านอันดับ 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าหากไม่คิดมากมายเล่นในบ้านจะต้องชนะให้เป็นประจำเข้าไว้ พวกเขาได้โอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรพื้นฐานของกลุ่มที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบนี้ไม่ตกชั้นแน่ๆการันตีได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้บรรลุผลสำเร็จ มาแล้วทั้งหมด

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องคือภาวะกลุ่มของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลเยอะขึ้น แต่ปรากฏว่านักฟุตบอลค่าตัวแพงดีกรีระดับกลุ่มชาติคนไม่ใช่น้อย กลับไม่ได้ช่วยกลุ่มรวมทั้งเล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

แตกต่างจากโนเนมทั้งหลายแหล่ที่เล่นกับกลุ่มมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำเป็นดียิ่งกว่าชัดเจน

การที่นักฟุตบอลใหม่ประสิทธิภาพสูงๆไม่สามารถที่จะเล่นเจริญนั้น คือปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดศีรษะเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งชิงชัยชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชมรม

จุดนี้…รานิเอรี จะต้องเร่งปรับแก้ เนื่องจากกลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัดหมาย นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้อิดโรยเล่นอีกหนึ่งเกม ด้วยเหตุดังกล่าวแต้มจะต้องมา จะต้องได้ ชัยชนะจะต้องมีขึ้น จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุไนเต้ดเลยมั้ย

ผมเห็นว่า…ถ้าหากพวกเขาชนะซาตานแดงได้ ความเชื่อมั่น เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากยิ่งกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็ต้องการกระตุ้นผู้ร่วมทีมให้ลุยสู้กับแมนฯยูฯ รวมทั้งเน้นย้ำชัยชนะหรืออย่างทรามเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างบางทีอาจถูกต่ำลง แม้กระนั้นชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จะต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดกลุ่มของเขายังไงดี

ปีนีจะต้องเห็นด้วยว่านอกเหนือจากปัญหาเรื่องกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นแต่เล่นในลีกได้แย่ลง ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ภูตผีปีศาจเรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ภูตผีปีศาจเรส โดนจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่มหัศจรรย์เสมือนปีที่ผ่านมา

เกมรุกเลยขาดความน่าขนลุกลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลงามๆรวมทั้งหลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมากมาย เน้นย้ำเชิง ตั้งรับรอสวนเช่นเดียวกันเลยแปลงเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันคือปัญหาที่มารวมตัวกันจนถึงทำให้ รานิเอรี ปวดศีรษะ แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่เชื่อว่า รานิเอรี น่าจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักฟุตบอลชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องกล่าวหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ป้อมข้างหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กลางรับ ดินแดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกับ เอนดิดี รวมทั้ง อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ภูตผีปีศาจเรส รวมทั้ง เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 สังเกตให้ดี โอกาซากิ ปีนี้ตกเป็นผู้เล่นสำรองหลายครั้ง

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นย้ำเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่ๆ การตั้งรับจะแบบไหนอีกหนึ่งเรื่องครับ

รับลึกหน้าจุดโทษหรือเต็มพื้นที่ในดินแดนตนเอง คุมโซน รอดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปล่อยให้ กลุ่มมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าหา แทกติเตียนกของ รานิเอรี น่าจะออกมาแบบนี้ เนื่องจากอย่าลืมว่านัดล่าสุดโดนสอยเลอะเทอะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

เชื่อว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ได้อยากต้องการให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้แบบงั้นอีก

เช่นกันครับปีนี้เจอแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมทั้งพรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัดหมาย แม้กระนั้นโน่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ ด้วยเหตุดังกล่าวต่อหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปล่อยให้เป็นนัดหมายที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงไม่ได้โดยเด็ดขาด

มันจะต้องมีอะไรพิเศษงัดมาสู้…โน่นคือเกมรับแล้วรอสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนบ่นยับข้างหลังเสมอฮัลล์ สิตี้ 0-0 ทำให้่อันดับไม่ขยับ ทั้งๆที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งขันคราวหน้ากลับไม่สามารถที่จะฉกฉวยโอกาสนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ถัดไป

เกมนี้ มูรินโญ น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นอีกคราวหน้าจากนัดหมายก่อนที่จะว่าไปก็พลาดเช่นเดียวกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงสู่สนาม แม้กระทั้งชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวก็ไม่ได้บอกว่าเจ็บอะไร แม้กระนั้นเพราะเหตุไรไม่ได้ลงเล่นทั้งๆที่ ฟู ยังเพียงพอมีสาระต่อเกมที่มันทื่อๆแล้วทำอะไรคู่ปรปักษ์ไม่ได้

นัดหมายนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กสิยาล ส่วนนักฟุตบอลที่แฟนผีต้องการเห็นลงสู่สนามมากที่สุด แม้กระนั้น มูรินโญ คงจะไม่ใช้คือ บาสเตียน ชไวน์สไตนร์

ไม่ทราบดีว่าเกลียดชังอะไรหนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งๆที่นักฟุตบอลระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุผลมากยิ่งกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วย อายุก็น้อยกว่า จะบอกว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ครับ แม้กระนั้น มูรินโย กลับละเลย

ให้เล่นเนื่องจากเดี๋ยวนี้กองกลางไม่มีใครเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากกลุ่ม

ชไวนี ยังมีสาระกับเกมระดับนี้ รวมทั้งเขาเองมืออาชีพ ซุ่มซ้อมกับกลุ่ม ไม่คิดย้ายกลุ่มไปไหน ต้องการพิสูจน์ตนเองว่ามีสาระกับกลุ่ม แม้กระนั้น มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียไม่ได้ จะต้องดูว่านัดนี้จะใช้หรือไม่ (คงจะไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวคงจะออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กสิยาล รวมทั้ง อิบราฮิโมวิช เชื่อว่านัดหมายนี้ มาร์กสิยาล น่าจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าหากไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ คงจะจะต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแม้กระนั้นไม่น่าบุก เน้นย้ำเกมตอบโต้กลับเพือหวังผลโจมตีแว้งกัดแมนฯยูฯ ด้วยเหตุดังกล่าวเขาถูกบีบให้จะต้องบุก ก็คงจะบุกแบบไม่พรวดพราด รวมทั้งหวังโจมตีริมเส้น รวมทั้งใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีประโยชน์มากที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่ซี้ ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกในอากาศดี แม้กระนั้นแบกสองข้างของเลสเตอร์ ก็ไม่ได้เล่นลูกในอากาศเจริญเท่า เชื่อว่าการโจมตีของ มูรินโญ ถ้าหากเน้นย้ำพื้นทวีปอากาศ เขาน่าจะเลือกเสาสองรวมทั้งเสาแรกเป็นหลัก มากยิ่งกว่าบอมเข้าไปแถวจุดลูกโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากด้านข้าง พูดอีกนัยหนึ่งมันจะต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือไม่งั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่ครับผม ถ้าหากแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นย้ำตามมาคือบอลจังหวะสอง กรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จะต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ น่าจะออกมาแบบนี้

บอลด้านข้าง ครอสเข้ามาจะใช้มากมายรวมทั้งเน้นย้ำเซตพีส เนื่องจากดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จะต้องลุ้นหัวข้อการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากมายน้อยขนาดไหน เนื่องจากปัญหาในช่วงเวลานั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกเหนือไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จะต้องเฉียบขาดมากยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างโอกาสทองคำ