แต้มห่าง 7 สัปดาห์นี้มีโปรแกรมต่างช่วงกันแล้วก็เป็นทีมไก่เดือยทองคำมีโอกาสลดช่องว่างเหลือ 4 ให้เชลซีบีบคั้น หากว่าพวกเขาชนะวัตฟอร์ด ได้ก่อน ปลดปล่อยให้เชลซีบุกเยือนบอร์นมัธ ด้วยแรงกดดันบ้าง

ภายหลังทีมคอนเต้ชนะในเกมปัจจุบันเขาบอกว่าขออีก 18 แต้มจาก 24 ที่เหลือ นั่นคือชนะ 6 นัด ถ้าเป็นได้ชนะรวด 6 นัดนี้เลย เชลซีจะคว้าชัยชนะพรีภรรยารฺ์ลีกในทันที

ณ จุดนี้เชลซีไม่ต้องสนใจสเปอร์ส เล่นเพื่อทีมตนเอง เล่นเพื่อชนะอย่างเดียว จะชนะแบบไหน ต้องชนะ เพื่อทำให้ช่องว่างนั้นคงอยู่แบบงี้หรืออาจโชคดีถ้าสเปอร์สสะดุดมันจะเพิ่มขึ้นแล้วก็เป็นผลเชิงจิตวิทยาให้พวกเขามีโอกาสใกล้แชมป์มากกว่าชนะรวด 6 นัด

มันอาจจะเหลือ 5 หรือ 4 ก้ได้่ขอรับ
กล่าวคือแชมป์อยู่ในมือเชลซีแล้วก็เป็นทีมคอนเต้ ถือถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ ขณะที่สเปอร์สอุตสาหะมาแก่งแย่งอยู่เดี๋ยวนี้

สเปอร์สมีโอกาสมั้ยขอรับ???

ผมว่ามีครับผม

7 คะแนนกับอีก 8 นัดไม่ห่างขอรับ แม้มันดูเป็นใจให้เชลซีแม้กระนั้นจากการที่พวกเขาเสียท่าสะดุดต่อคริสตัล พาเลส ค้างบ้าน มันทำให้เห็นว่าช่วงท้ายฤดู ความตึงเครียด แรงกดดัน ความเกร็งมาเยือนแล้ว

ทั้งที่เกมของพวกเขาเหนือกว่าพาเลส จังหวะยิงมากมาย แต่กลับพลาดไปหมด

ทีมลุ้นแชมป์เกลียดชังแล้วก็กลัวเรื่องแบบงี้ขอรับ เล่นแล้วมันดูตั้งใจเหลือเกินทั่จะยิง ที่จะชนะคู่แข่ง มันผิดธรรมดาตนเองไปซะแบบนั้น คือถ้าเชลซีไม่แพ้พาเลส แล้วก็ในวันนั้นสเปอร์สคงจะแพ้สวอนซีอยู่แล้วขอรับ

แต้มนำ 10 จนถึงตอนทดในขณะที่ลิเบอร์ตี้ เปลี่ยนเป็นสมาชิก เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโน มีลูกฮึดไล่ยิงสามประตูระหว่างนาทีที่ 88, 90+1 จนกระทั่ง 90+4 ยิงสามประตูในช่วง 6 นาที กล่าวคือยืงประตูทุกๆสองนาที

ทั้งที่ไม่มีตัวความมุ่งหวังอย่าง แฮร์รี เคน ลงในสนาม

นั่นคือข่าวดีแล้วก็ประเด็นบวกๆของแฟนไก่แล้วก็ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากคำว่า spursy ที่เป็นนิยามของพวกเขาที่มักเสียท่า ตกม้าตายในเกมสำคัญแล้วก็เกมที่อยากได้ความมีชัยเพื่อลุ้นต่อ ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว

ระยะนี้พวกเขาเริ่มห่วยนั่นแหละขอรับ แม้กระนั้นปีนี้พวกเขายังสู้ต่อ ยังไม่หมดลุ้น มันยังมีโอกาสถ้าสู้ต่อแล้วก็หวังว่าความมีชัยต่อเกมกับสวอนซี จะเป็นพลังแฝงให้นักเตะสเปอร์ส เดินหน้าสู้ต่อ ทั้งที่ความมุ่งหวังมีไม่มากมาย

เนื่องมาจากแชมป์อยู่ในมือเชลซี แล้วก็ควรจะเป็นเชลซีเท่านั้นที่จะพลาด

แฟนไก่รอลุ้นให้ตนเองชนะไว้ก่อน ต่อจากนั้นค่อยว่ากัน ถ้าตนเองยังชนะไม่ได้แล้วก็อดสามแต้ม ผมว่าอันนี้ยากละ ด้วยเหตุว่านี่ไม่ได้แข่งกับตนเอง พวกเขาแข่งกับเชลซี ที่มีข้อผิดพลาดน้อย นานๆแพ้ที

แม้กระนั้นไม่ต้องมากมาย…ไม่ต้องถึงกับแพ้หรอกขอรับใน 8 นัดที่เหลือ ลองเสียท่าเสมอสักสองนัดติด แล้วสเปอร์สชนะรวด

มันจะเป็น 6 ต่อ 2 แต้ม เท่ากับเชลซีได้เพิ่มมา 2 เป็น 9 แต้มที่ห่าง แล้วลบออก 6 จะเหลือแค่ 3 เท่านี้ทีมตราไก่มีโอกาสคว้าชัยชนะได้เท่าๆกับเชลซีแล้วครับผม มันคือ 51-49 แล้วครับผม ถ้านำกันเพียงแค่สามคะแนน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเพลี่ยงพล้ำต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นด้วยเหตุว่าผลเสมอ 3 นัดในตอนโค้งสุดท้าย หรือเคยเสียแชมป์ให้ อาร์เซนอลตอนนำ 11 แต้มเมื่อถึงเดือน มี.ค. แม้กระนั้นปืนชนะรวด 10 นัดท้ายที่สุด ผีหลุดเสมอสองสามนัด มีแพ้ด้วย

จบเลย….

ถึงแม้อันโตนีโอ คอนเต้ เคยตกม้าตายกับยูเวนเหม็นตุส แบบว่านำ 5 เมื่อเหลือ 3 นัด แม้กระนั้นดันแพ้แล้ว ชูแชมป์ให้ลาซิโอไป

แฟนกัลโช นึกออกดีขอรับซีซั่น 1999-2000 ผมเคยเขียนไปกาลครั้งหนึ่ง ด้วยความไม่ค่อยสบายใจของ คอนเต้ ในฐานะนักเตะยูเวนเหม็นตุสแล้วก็นายจ้างเขาคือ คาร์โล อันเชลอตติเตียน 8 นัดท้ายที่สุดแพ้ 4 จากที่นำห่าง

ก่อนลงในสนามนัดท้ายที่สุดลาซิโอ ของสเวนโกรัน อีริคส์สัน ตาม 2 แต้ม แล้วก็ไปเยือนเรจจิน่า…คือลาซิโอ ชนะเจ้าของบ้าน เรจจิน่า นั้นเป็นได้แน่ๆ เล่นที่สนาม เรนาโต คูรี ไม่มีปัญหา แม้กระนั้นการที่ยูเวนเหม็นตุสพบกับประเทศเปรูจา ที่รอดพ้นการตกชั้นไปแล้ว

คนไหนกันแน่กล้าค้ำประกันว่าประเทศเปรูจา จะเล่นเต็มที่???

หนักกว่านั้นคือเกมของลาซิโอจบก่อน แม้กระนั้นเกมของยูเวยังไม่จบ ฝนตกหนักเกมเลื่อนไป 80 นาที ถ้าเรียลไทม์คือ ลาซิโอ ตอนนั้นแซงขึ้นเป็นหัวหน้าฝูงในนัดท้ายที่สุดรอให้ยูเวนเหม็นตุสเตะจบ แล้วก็ถ้าชนะประเทศเปรูจา เจ้าม้าลายก็คว้าชัยชนะเช่นเดียวกัน

ผลคือยูเวนเหม็นตุสแพ้ประเทศเปรูจา 1-0 จากลูกโกลาหลหน้าจุดโทษ…แล้วก็ตีเสมอไม่ได้ แพ้นัดท้ายที่สุดถึงกับชวดแชมป์หน้าตาเฉย!

เรื่องราวพวกนี้อยู่ในหัวของ คอนเต้ จนกระทั่งทำให้เราเองอดคิดไม่ได้ว่า….เขามีบทเรียนราคาแพงเมื่อ 17 ปีกลาย สมัยเป๋นนักเตะ ประเด็นนี้ไม่น่ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เขาต้องแก้ไขมันให้ได้เมื่อมาเป็นโค้ช

แม้กระนั้นอย่างว่าแหละครับ….จนกระทั่งคุณยังทำการประลองอยู่ จังหวะแบบงี้มันมีกำเนิดขึ้นอยู่กับแล้วขอรับ

คาร์โล อันเชลอตติเตียน เคยพลาดแชมป์สคูเดตโต เมื่อตอนนั้น เขาก็ยังพลาดแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกทั้งที่นำหงส์แดง ลิเวอร์พูลในปี 2005 อยู่สามลูกเมื่อจบครึ่งแรก แม้กระนั้นท้ายที่สุดโดนตีเสมอแล้วก็ยืดเวลาพิเศษบุกยังไงก็ยิงไม่ได้ แถมแพ้จุดโทษอีก

คอนเต้….คงจะคิดมากแล้วก็ต้องอุตสาหะกระตุ้นสมาชิกว่านำ 7 แต้ม อย่าหลงระเริง แล้วก็ประมาทผู้ตามอย่างสเปอร์ส ที่คงจะแพ้สวอนซี แม้กระนั้นพอตีเสมอได้นาทีที่ 88 พวกเขาสอยอีกสองลูกจนกระทั่งหมดเวลา พลิกกลับมาชนะ 3-1

เรื่องราวแบบงี้มันไม่ใช่ชนะแล้วได้เพียงแค่สามแต้ม

สเปอร์สได้ 9 แต้มเลยขอรับวันชนะสวอนซี

แทนที่ถ้าแพ้แต้มจะกลับไป 10 แล้วสิ้นหวังลุ้นแชมป์ ณ จุดนี้ สเปอร์สมีความหวัง แม้กระนั้นคงจะไม่มากมายเท่ากับเชลซี อันนี้ตามหน้าเสื่อครับผม แล้วก็ถ้าส่ายตาดูดูโปรแกรม 8 นัดท้ายที่สุด ถ้าเชลซีอยากได้ชนะ 6 นัด

พวกเขาควรต้องพบกับคนไหนกันแน่บ้าง แล้วก็สเปอร์สเองเจอกับคนไหนกันแน่บ้าง

เชลซี สเปอร์ส

นัดที่ 31 บอร์นมัธ(ย) วัตฟอร์ด (ห)

นัดที่ 32 แมนฯยูฯ (ย) บอร์นมัธ (ห)

นัดที่ 33 เซาหมูแฮมป์ตัน(ห) พาเลส (ย)

นัดที่ 34 เอฟเวอร์ตัน (ย) อาร์เซนอล (ห)

นัดที่ 35 โบโร (ห) เวสต์หมูแฮม (ย)

นัดที่ 36 เวสต์บรอม (ย) แมนฯยูฯ (ห)

นัดที่ 37 ซันเดอร์แลนด์ (ห) ฮัลล์ (ย)

ส่วนเกมเชลซีหลงเหลือวัตฟอร์ด แล้วก็สเปอร์สหลงเหลือกับ เลสเตอร์ นั้น รอลงวันแล้วก็เวลาทั้งสองโปรแกรมเพราะว่าสองทีมนี้มีคิวเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 22 เม.ย. เจอคุ้นเคย พิสูจน์กันเพราะคนไหนกันแน่มีโอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ได้

ถ้าดูโปรแกรมแล้วก็หนักเบาไม่ได้มีความแตกต่างกัน แฟนเชลซี มองดูไปที่เกมแมนฯยูฯ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนแฟนไก่นั้นมองดูเกม อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ แล้วก็แถมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ชนะรวดทุกนัดกลับมาเป็นทีมแชมป์เหมือนเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่านับแต่นี้ต่อไป…..คนไหนกันแน่สะดุด เจอปัญหาแน่นอน

สเปอร์สสะดุด ช่องว่างจะห่างแล้วก็แทบหมดลุ้น แม้กระนั้นถ้าเชลซีสะดุดแลสเปอร์สเก็บได้ พวกเขามีลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว แล้วก็สามารถกล่าวได้เต็มปากว่ามีโอกาสเป็นแชมป์ แต้ม 7 เดี๋ยวนี้ สะดุดสักนัดสองนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชลซี ช่องว่างจะลดฮวบฮาบ

ณ ช่วงนี้คงจะต้องให้เครดิตทีมเชลซีของ คอนเต้ ก่อนว่า มีคุณลักษณะเด่นมากกว่าจุดอ่อน แล้วก็พวกเขาพร้อมเป็นแชมป์มากกว่าสเปอร์ส อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อ ไม่ใช่ว่ากันด้วยความมุ่งหวัง แม้กระนั้นถ้าทีมของคอนเต้ ไม่สามารถที่จะนำคุณลักษณะเด่นตนเองเรื่อง รัดกุม พลาดยากเสียยาก มาใช้ได้ทันเวลา

เสียสมาธิแล้วก็บีบคั้นตนเองมากมายไป จุดอ่อนของพวกเขาจะก้าวมาแทนที่ อย่างนั้นจังหวะสะดุดมีมากมาย เสมือนเกมที่แพ้คริสตัล พาเลสทั้งที่โดนบุกไม่กี่ครั้ง นั่นเป็นด้วยเหตุว่าพวกเขาเสียสมาธิ แล้วก็พอโดนนำ เปลี่ยนเป็นบีบคั้นแล้วก็เกร็งตนเองไป

นี่เกมปัจจุบันที่ชนะ แมนฯซิตี้ 2-1 ชี้ให้เห็นว่าพวกเขากลับมาควบคุมสติได้อีกครั้ง

ส่วนสเปอร์สไม่ต้องคิดอะไรมากมาย…ไม่มี แฮร์รี เคน นำแนวรุก พวกเขาต้องชนะอย่างเดียว ด้วย ชอน เฮือง ไม่น, เดลเล อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ตัวทำเกมรุกสามคนนี้ที่สลับหน้ากันยิงแล้วก็ช่วยทีมได้ บวกกับเซตพีส เตะมุม ฟรีคิก ที่จะมาช่วยเสริมให้มีโอกาสชนะง่ายชึ้น